etc

2007/May/05

สิ่งที่หาง่าย--และ--สิ่งที่หายาก ถังขยะ---และ--เศษเดนของสังคม

ผมว่านะตอนนี้ตามท้องถนน มันเต็มไปด้วยสิ่งที่หาง่าย และสิ่งที่หายาก เยอะแยะเลยครับ ยกตัวอย่าง ง่ายๆนะก็ สิ่งที่หายากตอนนี้ก็จะเป็น ถังขยะ ลองมองตามถนนสิ แล้วจะรู้ว่า สิ่งที่หายากที่สุดตอนนี้มันเป็นถังขยะจริงๆ แปลกเนอะ

ถังขยะ

สิ่งที่ดูสกปรกโสโครก..แต่ทุกวันนี้กับกลายเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุด ใครๆก็ต่างขวนขวายหามัน..

คนดี..เลว รวย..จน ก็ต่างหาถังขยะเพียงใบเดียว... เห็นป่ะว่าถังขยะมีค่ามากมายแค่ไหน หรือว่าไม่จริง...??!!

เศษเดนของสังคม

ขยะและศษเดนของสังคมตอนนี้เต็มไปทุกวันทุกซอกหลืบมุม..อย่างน้อยๆก็แฝงเข้ามาอยู่ในสิ่งที่เรียกว่าคน..(บางคน) คนบางคน..ต่อหน้า..เป็นคนดีแต่จิตใจกลับต่ำทราม..หาที่เปรียบไม่ได้..และบางคนต่อหน้าเหลวแหล่ แต่ในใจกลับเป็นคนดี... เฮ้ออ.. ปล.เดี๋ยวนี้เจอเยอะแยะเลย ลองหันไปมองรอบๆตัวดูสิ

กับคนบางคนที่ทำตัวเหมือนขยะของสังคม กับเศษขยะที่อยู่ในมือจะต่างอะไรกัน

2007/Apr/15

มีใครที่ อยู่ดีๆ ก็อยากร้องไห้บ้าง..!!!

ยอมเราเลยเราเองก็คนนึงที่ อยากร้องไห้ตอนนี้ ... ไม่ใช่เพราะอ่อนแอ อะไรหรอก อาจบางทีก็ไม่มีเหตุผลเลยด้วยซ้ำ ..

ทำไมนะ พอเราคิดถึง...เราก็ต้องน้ำตาซึม กลั้นไว้ ไม่ให้มันไหลออกมา เก็บเอาไว้ ข้างใน รู้นะว่าทรมาน แต่หากเราร้องออกมา มันอาจจะไม่มีคนใส่ใจเลยก็ได้

เรื่องที่ เราอยากร้องหน่ะหรอตอนนี้ก็มี

เรื่องที่คิดถึง ม๊า อะ กำลังจะครบปี ..ที่หม่าม๊าจากไป...อยากร้องนะ คิดถึงนะ แต่เราสัญญากับม๊าไว้แล้วว่าจะพยายามไม่ร้องไห้... แม่ครับ ผมรักแม่ ม๊า แคมป์คิดถึงม๊านะ

อีกเรื่อง ..คนที่เรารักตอนนี้ บลูกาย..เราไม่รู้หรอกว่าตอนนี้ความสำพันธ์เราเป้ฯเช่นไร เราก็ยังรักเหมือนเดิม แตต่ก็รู้หล่ะว่าอีกฝ่ายเค้าเปลี่ยนไป..ความรัก..มันเข้าใจยากเนอะ แถมยิ่งตอนนี้ มีอะไรหลายๆอย่างทับซ้อนด้วย คนรักเก่าเค้ากลับมา...เราเองคงต้องเป็นฝ่ายที่เดินออก....

เรื่องงาน... เฮ้ออออออ

แต่ยังไงซะ เราเข้าใจ ว่าต่อให้เป็นเช่นไร เราก็ต้องเดินหน้าต่อไป...ไม่มีทางที่จะหยุดมันได้...เราต้องเข้มแข็งขึ้น...แล้วก้าวต่อไป...ใช่ไหม

***********

IIII ขอบคุณครับที่ฟังผมบ่น...บางทีตอนนี้ผมอาจจะร้องไห้หมดตัวแล้วหล่ะ หากแต่เพียง..ผมไม่ได้ร้องมันออกมา ผมร้องไห้ภายใจจิตใจ มันเป็นความรู้สึกที่ปวดร้าวนัก..IIII

2007/Feb/15

ว่ากันว่า SouL Mate ( คู่แท้ทางจิตวิญญาณ )ของคนเรานั้น ไม่ได้มีอยู่เพียงแค่คนเดียว คนๆนี้ที่ผมพบเจอผมมั่นใจที่สุดว่าเป็น SouL Mate ของผมคนนึงในชาตินี้ เพียงแต่ เรา2คนไม่มีโอกาสจะได้พบหน้ากันแล้ว

ผมกับเค้าพบเจอกัน ในมหาลัย เพียงแต่ ตอนแรกเค้ามาจีบเพื่อนผม แต่ ไม่รู้สิ ไม่รู้ อะไรทำให้เราสองคนใกล้ชิดกันมากก็ไม่รู้ ที่แน่ๆ หลังจากที่เค้ากับเพื่อน ผมเลิกกันไม่นาน เพื่อนของผมและ โอ๋ (คนนี้ชื่อโอ๋ครับ) ก็ไม่ถูกกัน เพื่อนเค้าไม่ชอบผม เพื่อนๆผมก็ไม่ชอบเค้า นี่รู้สึกเป็นเพียงอุปสรรคแรกของการคบหา จริงๆแล้วระหว่างที่ผมกับเค้าคกันอยู่นั้นมันเหมือนแอบคบเลยหล่ะคับ เพราะตอนนั้นผมกับเค้าก็ ติดเพื่อนด้วยกันทั้งคู่ ซึ่งนั้นหมายถึงว่า ถ้าเพื่อนรู้...ก็มีเรื่อง กาลเวลาผ่านไป เรารู้ว่าเรา2คนเลิกกัน เพียงแต่เวลาพบหน้ากันนั้น มันเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดเลยก็ว่าได้ ต่างคนต่างปลดปล่อยความรู้สึกตัวเองออกมา (แต่นั่นมันน้อยนิดนัก เพราะเวลาผมกับเค้า แทบจะเรียกได้ว่า พบเจอกันน้อยครั้งมากๆ )

วันเวลาล่วงไปจนถึงปีสี่ เราสองคนได้พูดความรู้สึกที่มีให้กันตลอดเวลาที่อัดอั้นมานาน 4ปี ที่ไม่มีโอกาสได้พูดคำๆนั้นเลย

พอเรา2คนพูดออกไป...ก็รู้ว่า...มันสายไปแล้ว...สายไป..ที่ไม่ยอมเข้าใจความรู้สึกตัวเองตั้งแต่ตอนนั้น...ไม่เข้าใจ ไม่กล้าเข้าใจ ...แต่ผลสุดท้ายของการไม่เข้าใจนั้น มันก็มาถึงเวลาที่..ต้องลาจาก... พอเรียนจบก็แยกย้ายกันไป...ผมเปลี่ยนเบอร์ เค้าเปลี่ยนเบอร์...ไร้ซึ่งวิธีติดต่อกัน ... แต่ผมได้ข่าวคราวเกี่ยวกับเค้าอยู่นะ ได้จากเพื่อนๆที่ได้เจอเค้าประจำ แบบเหตุบังเอิญ แต่ผมนี่ดิ อยากเจอจะตาย ไม่มีวันพบเจอ...

วันรับปริญญา ผมรู้ว่านี่เป็นโอกาสเดียวที่จะพบเจอกัน วันแรกที่กลับไปมหาลัย ผมก็เจอเค้าคนแรกเลยหล่ะ เค้าก็เพิ่งมาถึงเหมือนกัน เลยมากินข้าวที่โรงอาหาร คุยกันได้สักพัก...นานทีเดียวหล่ะ มันเหมือนเวลาหยุดนิ่งเลย ....เวลาที่มีแต่ผมกับเค้า2คนเท่านั้นท่ามกลางผู้คนมากมาย น่าแปลกเนอะ ผมไม่คิดขอเบอร์เค้า เค้าก็ไม่คิดขอเบอร์ผม...แต่เรา2คนก็เข้าใจนะคับว่า ทำไม ..ต่างคนต่างอยากให้เรื่องราวยุติลงแค่นั้น ...ก่อนจากกันเค้าเป็นคนบอกผมว่า...ถ้าดวงชะตาเรา2คน ต้องกัน...ก็ต้องหากันให้เจอในงานรับปริญญา...

เชื่อมั๊ยครับ วันที่ซ้อม กับวันรับรวมทั้งหมดคือ 4วัน ผมันเป็น4วันที่ผมกวาดสายตาอย่างมีความหวังมากๆ เพื่อนผมที่ไม่ชอบมันก็จะเจอมันบ่อยที่สุดเลยหล่ะคับ มันคอยบอกผมว่าโอ๋ อยู่ที่ไหน เวลามันเจอโอ๋ มันก็บอกโอ๋ว่าผมอยู่ไหน...แต่ เสียดาย...คลาดกันตลอด

จบผมถอนใจในวันรับปริญญา ไม่เจอแล้วหล่ะ ผมเตรียมตัวไปเลี้ยงฉลองกับเพื่อนๆ+รุ่นน้อง รู้มั๊ยครับ ผมเจอโอ๋ระหว่างที่เดินไป ผมแทบร้องไห้เลยหล่ะ โอ๋เค้าก็เดินเข้ามาหา แล้วบอกว่า "นาย ไปอยู่ที่ไหนมา...เราหาจนทั่วเลยนะ"ผมงี้ฟังเสร็จน้ำตาซึมเลยหล่ะ แต่ผมไม่สามารถทำไรได้ เค้ามากับครอบครัวเค้า และกำลังจะกลับ ผมรู้เลยหล่ะว่านี่เป็นการพบเจอกัน...ครั้งสุดท้ายจริงๆ...ถ่ายรูปด้วยกัน...และ กอดกันครั้งสุดท้ายก่อนจากกัน... เค้าเองก็เป็นฝ่ายขอเบอร์ผมก่อน...ผมให้ไป และแลกเบอร์กัน...ถึงเวลาแล้วสินะที่เราต้องจากกันเสียที...ผมหยุดมองเค้าขับรถไปแถมกลั้นน้ำตาไว้ด้วยนะนั่น...พอรถเค้าจากไปผมงี้ บ่อน้ำตาแตกเลยหล่ะ SouLmateของผม

...แต่ผมเองก็รู้นะว่า Soul Mateของผมไม่ได้มีแค่คนเดียวในชาตินี้ เพียงแต่ ผมรู้และเข้าใจว่า โอ๋คือ1ในโซลเมทของผมคนหนึ่ง และผมไม่เสียใจเลยที่ตัดสินใจเปลี่ยนเบอร์อีกรอบโดยไม่ได้บอกโอ๋...ผมรู้ว่าผมรักเค้า แต่อนาคตเค้าต้องเดินหน้าต่อไป..ไม่มีไรหรอก ก็แค่อยากเขียนเนื่องในวันแห่งความรักเท่านั้น เรื่องราวของโซลเมทของผมคนนึงที่ผมพบเจอ

....คนเราเกิดมาเพื่อตามหาใครสักคน ผมเองดีใจนะ ที่ผมได้พบเจอแล้ว.. เพียงแต่ ....ผมเองก็ต้องเดินตามหาโซลเมทของผมต่อไป...

( นี่เป็นเอนทรี่แรกที่ผมเขียนถึง คนอื่นที่ไม่ใช่ blue guy ของผม แต่มันคือเรื่องจริงสำหรับแฟนเก่าผมคนนี้ ..คนที่ผมมั่นใจว่า คือSoulmate คนนึงที่เกิดมาเพื่อตามหากัน และพบเจอกัน... ปล.อยากเขียนให้มันเข้ากับเทศกาลแห่งความรักด้วยหล่ะ เลยเขียนเรื่องโซลเมทอะ )