เมื่อวันที่ ผู้ชายสีฟ้า...และบุรุษสีเหลืองได้มาพบกัน...
หากนับวันนั้นแล้วเนี่ย...จนป่านนี้ คงนับได้ประมาณ 1 ปีกว่าๆแล้วละมั๊งใครจะรู้ว่า..ระยะเวลา1ปีที่ผ่านมา ได้มีคนๆนึงได้พบกับคนๆนึงอย่างไม่คาดฝัน...
ใครจะรู้ว่าโลกใบหนึ่ง จะนำพาให้ คนๆหนึ่งที่ใครๆก็คิดว่าเต็มไปด้วยสีเหลือง... สีแห่งความร่าเริง สนุกสนานและละเอียดอ่อน ได้มาพบเจอกับ ใครคนหนึ่งที่เต็มไปด้วยสีน้ำเงิน...สี แห่งความสุขุมและลึกลับดั่งน้ำทะเล
สีทั้งสองสี ..ใครๆก็รู้ว่า เป็นสีขั้วตรงข้ามกัน..ขั้ว ที่ไม่อาจเข้ากันได้...
แต่..จะมีใครรู้บ้างไหมว่า สีทั้งสองสีแม้จะตรงข้ามกัน แต่อย่างน้อยที่สุด มันช่วยส่งให้อีกฝ่ายมีความเป็นตัวตนมากขึ้น ...
ในพื้นที่ที่มีสีน้ำเงิน...หากสีเหลืองปรากฏเพียงนิด สีเหลืองจะเด่นขึ้นมาชัดแจ้ง
ในบริเวณที่มีสีเหลือง...หากสีน้ำเงินผ่านเข้ามา..สีที่น่าจับตามองที่สุดคือสีน้ำเงิน
สองสีที่ตัดกัน..ไม่มีวันเข้ากันได้...แต่บางทีมันทั้งสองอาจเกื้อหนุนกันและกัน ทำให้ต่างฝ่ายต่างมีชีวิต
เช่นเดียวกัน หากสี คือคน คนสองคนที่ ไม่มีอะไรเหมือนกัน..เข้ากันไม่ได้.. แต่ บางที เค้าสองคนอาจเป็นส่วนที่ทำให้อีกฝ่าย มีชีวิต และจิตใจเพิ่มมากขึ้น การเติมเต็มซึ่งกันและกัน มันอาจคล้ายความรัก และความทุ่มเทที่มีให้แก่กัน..
เพียงแต่ ในเวลานี้..อาจบางที ในโลกก็มีมีบางสิ่งที่มีสองเฉดสี อย่างเช่น สีน้ำเงินและสีฟ้า (Blue)
อาจบางที สีฟ้า ย่อมคู่กับสีน้ำเงิน...
อาจบางที สีน้ำเงิน ย่อมคือสีฟ้า...
เพราะมันคือ Blue
แต่ สีที่เป็นส่วนเกินหล่ะ สีเหลืองได้เพียงยืนมองอยู่เงียบๆ ที่ตนเองนั้นไม่มีทางที่จะเป็นส่วนหนึ่งของอีกฝ่ายได้เลย ได้แต่ น้อยใจอยู่ลึกๆ มีเพียงบางสิ่งที่ยึดมั่นมาตลอด แต่ไม่รู้ว่า เสียงเล็กๆผู้ชายสีเหลืองจะส่งไปถึงสีน้ำเงินหรือไม่ หรือบางที สีน้ำเงินอาจจะไม่มีวันใส่ใจกับสิ่งที่ส่งมาเลย ไม่มีใครรู้ หรืออาจบางที สีน้ำเงินรู้ ใส่ใจ แต่ไม่แสดงออก สารที่ส่งมา ผู้ชายสีเหลืองคนนี้เลยไม่รู้ถึงความรู้สึกอับลึกลับนั่นเลย ...

การที่ทุ่มเทอะไรไป..บางที..มันทำให้รู้ถึงตัวตนของตนเอง..และได้รับรู้ว่า..ความรักมันคืออะไร..
หรือเพียงแต่..เสียงของความรัก ของบุรุษสีเหลือง ดังไปไกลไม่พอ ที่จะผ่านไปถึงสีที่อยู่อีกขั้วได้