2007/Mar/23

SPOILER!!! ที่ๆ หัวใจสถิตอยู่ ใน Bleach 268 - Kimi Shinitamoukotonakare -

อย่าเพิ่งคิดว่าผมเล่นแผลงอะไรถึงได้เอาตอนต่อจากตอนที่แล้วที่ดูซีเรียสแถมยังเลือดตกยางออกสุดๆ มาจั่วหัวซะโรแมนติกขนาดนี้ล่ะครับ เพราะจากเนื้อหาที่ผมอ่านมานั้น ไม่มีคำไหนอีกแล้วที่คู่ควรกับบทนี้เท่ากับคำๆ นี้ ซึ่งเนื้อหาจะเป็นเช่นไรนั้น ลงไปชม Spoil ข้างล่างนี้ได้เลยครับ (ตัวเองเป็นคนสปอยล์พูดแบบนี้ก็กระไรอยู่ แต่ผมไม่ค่อยชอบเล่ารายละเอียดของตอนที่ Spoil ในบทแนะนำ ไม่ว่าจะทั้งหมดหรือบางส่วน เพราะอาจทำให้เสียความรู้สึกตื่นเต้นในการเลื่อนลงไปอ่าน Spoil เต็มๆ ข้างล่างได้ครับ)



เปิดตอนมาที่ฉากเดิมที่ลูเคียยังคงห้อยต่องแต่งปักคาอยู่บนปลายทวนแหลมของเนจิบานะ ดวงตาไร้แววเหมือนวิญญาณจะหลุดลอยออกจากร่างได้ทุกเมื่อ ท่ามกลางอนุสติอันเลื่อนลอยอย่างคนใกล้ตายและเสียงหัวเราะบ้าคลั่งของเออร์โรนีโร่นั้น จิตใต้สำนึกของลูเคียก็ดำดิ่งลงสู่ภาพความทรงจำในห้วงอดีต

จำได้ถึงวันที่ไคเอ็นพาเธอไปจับคู่ฝึกวิชาด้วยกันเป็นครั้งแรก ณ ภูเขาโค่ยฟุชิ ในเขตที่ 3 ทางเหนือของเมืองลูคอนตะวันตกอันเป็นบ้านเกิดของไคเอ็น แม้เวลาจะล่วงมาแล้วหลายสิบปี แต่ลูเคียกลับยังจำรายละเอียดของเหตุการณ์เหล่านั้นได้อย่างแม่นยำราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

ทั้งทิวทัศน์อันน่ารื่นรมย์ภายในภูเขา กลิ่นหอมของต้นไม้ใบหญ้าที่ลอยมาตามสายลม ฝุ่นหินฝุ่นทรายบนลานกว้างกลางภูเขาที่ทั้งสองใช้เป็นที่ฝึกวิชา หากที่เจิดจ้าที่สุดในประดาความทรงจำเหล่านั้นกลับเป็น "เขา" ผู้พาเธอมา ณ ที่แห่งนี้

กิริยาง่ายๆ สบายๆ ไม่สมกับตำแหน่งรองผู้บังคับบัญชาหน่วย สีหน้าเอื่อยๆ ที่กลายมาเป็นเอาจริงเอาจังยามจับจ้องการรุกของคู่ซ้อม เพลงดาบอันหนักแน่นมั่นคงที่ขยันเล็งจุดอ่อนของเธอแจยามเธอขยับฟาดดาบผิดท่า รวมถึงคำพูดห้วนกระด้างไร้ซึ่งสำเนียงอ่อนโยนใดๆ ยามเอ่ยวิจารณ์ช่องโหว่ในเพลงดาบของเธอเสียไม่เหลือชิ้นดี แต่ยมทูตสาวรู้ดีกว่าใครทั้งหมด ว่ากิริยาสบายๆ ติดจะไร้ซึ่งความละเอียดอ่อนใดๆ นั้น เป็นเพียงเปลือกนอกที่ห่อหุ้มความปรารถนาดีต่อลูกน้องใต้บังคับบัญชาทุกคนไว้ภายใน

ความปรารถนาดีที่ช่วยเหลือลูเคียมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน รวมถึงครั้งนี้ด้วยเช่นกัน

ยามนั้น ลูเคียมักมีความรู้สึกอึดอัดใจต่อเรื่องหนึ่งอยู่ตลอดเวลา นั่นคือเรื่องที่ตนไม่มีเซนส์ในเรื่องเชิงดาบเลยแม้แต่น้อย แม้ว่าสมัยเรียนโรงเรียนยมทูตจะทำคะแนนวิชาวิถีมารได้ดี แต่เมื่ออยู่ใน 13 หน่วยพิทักษ์ ฝีมือด้านวิถีมารของลูเคียกลับจัดอยู่เพียงระดับมาตรฐานเท่านั้น ความรู้สึกว่าตนเองหาดีอะไรไม่ได้สักอย่างนี้เองที่กดดันลูเคียให้ต้องรู้สึกอึดอัดอยู่ตลอดเวลา "ข้า... อยู่ในหน่วย 13 นี้เพื่ออะไรกันนะ..."

"เรื่องนั้นมันก็แน่อยู่แล้ว" เป็นไคเอ็นที่ตอบด้วยกิริยาโผงผางตามนิสัยยามได้ยินคำถามที่เหมือนตัดพ้อของลูเคีย " ก็ "เพื่อต่อสู้" และ "ปกป้อง" ไงล่ะ!"

หากคำตอบแบบกำปั้นทุบดินนั้นไม่ได้ให้ความกระจ่างใดๆ กับลูเคียแม้แต่น้อย ไคเอ็นจึงอธิบายเพิ่มเติมให้ฟัง โดยยกตัวอย่างการต่อสู้ 2 ประเภท "เพื่อปกป้องชีวิต" และ "ปกป้องศักดิ์ศรี" ที่อุคิทาเกะชอบยกมาพูดบ่อยๆ ขึ้นประกอบ ซึ่งไคเอ็นให้ความเห็นว่า การต่อสู้ทั้ง 2 แบบนี้ฟังเผินๆ เหมือนปกป้องคนละสิ่งกัน แต่สำหรับตัวเขาแล้ว คิดว่าแท้จริงแล้ว ไม่ว่าจะสู้เพื่อปกป้องชีวิต หรือเพื่อปกป้องศักดิ์ศรี ก็คือการปกป้องสิ่งเดียวกัน

"หัวใจยังไงล่ะ" คำอธิบายของผู้เป็นหัวหน้ากลับทำให้ลูเคียยิ่งงงเข้าไปใหญ่ว่าหัวหน้าเราจะเล่นมุกเสี่ยวอีท่าไหนอีก ไคเอ็นจึงย้อนถามลูเคีย "เจ้าคิดว่า 'หัวใจ' ที่ว่านั่นอยู่ที่ไหนล่ะ?" ลูเคียกลอกตาพลางส่ายหัวไปมาอย่างมึนงง ก่อนจะยกมือขวาขึ้นแตะอกซ้ายแล้วเอ่ยตอบแบบกล้าๆ กลัวๆ "ตะ... ตรงนี้มั้งคะ?"

ไคเอ็นฟังคำตอบของลูกน้องสาวด้วยรอยยิ้มนุ่มนวลอย่างที่นานๆ จะได้เห็นสักครั้ง "...ก็คงใช่ แต่สำหรับข้าแล้ว หัวใจที่ว่าน่ะมันอยู่ตรงนี้" เอ่ยถึงตรงนี้ ไคเอ็นก็ขยับเดินมาหยุดตรงหน้าของลูเคีย พร้อมกับยกมือซ้ายที่รวบแน่นเป็นกำหมัดขึ้นชูให้อีกฝ่ายดู "เวลาที่ข้ากับเจ้าได้รู้จักกัน ก็คือเวลาที่หัวใจระหว่างข้ากับเจ้าได้ถือกำเนิดขึ้น ไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในร่างกาย ยามเมื่อเจ้าคิดถึงสิ่งใด ยามเมื่อเจ้านึกถึงใคร หัวใจของเจ้าก็จะไปอยู่ที่สิ่งนั้น"

คำตอบของผู้เป็นหัวหน้าเหมือนแสงสว่างส่องวาบขึ้นในจิตใจที่มืดมนของลูเคียในทันใด "ใช่แล้ว ท่านไคเอ็นคงอยากจะพูดเช่นนี้สินะ 'อย่าเสียใจไปเลย หากเจ้าปรารถนาให้หัวใจเจ้าอยู่ตรงนี้ หัวใจเจ้าก็จะอยู่ตรงนี้ และหากหัวใจเจ้าอยู่ตรงนี้ นั่นละคือเหตุผลที่หัวใจเจ้าควรจะอยู่ตรงนี้' แล้วก็..."

หากยังไม่ทันที่ลูเคียจะคิดจบ น้ำเสียงจริงจังของอีกฝ่ายกลับดังแทรกขึ้นเสียก่อน "แต่ว่านะ ในการต่อสู้จากนี้ไป มีสิ่งหนึ่งที่ไม่ว่ายังไงก็จะปล่อยให้เกิดขึ้นไม่ได้เด็ดขาด นั่นคือ การตายอย่างเดียวดาย" ไคเอ็นหยุดเว้นระยะเล็กน้อย ก่อนจะอธิบายต่อด้วยสีหน้าผ่อนคลายความจริงจังลงกว่าเดิม "ร่างกายของพวกเราเป็นวิญญาณ เมื่อตายไป ร่างกายเราก็จะแตกสลาย กลายเป็นอณูวิญญาณอยู่ในโซล โซไซตี้แห่งนี้ เมื่อถึงเวลานั้น คิดว่าหัวใจของเราจะไปอยู่ที่ไหนล่ะ?"

ลูเคียนิ่งเงียบเป็นเชิงบอกว่าไม่รู้ ไคเอ็นจึงขยายความให้อีกครั้ง "หัวใจนั้นก็จะไปอยู่กับเพื่อนพ้องของเรายังไงล่ะ หากอยู่กับเพื่อนพ้องของเราแล้วละก็ หัวใจนั้นก็จะยังมีชีวิตอยู่ในตัวของเค้าต่อไป ดังนั้น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก็ห้ามตายอย่างเดียวดายเด็ดขาด เข้าใจนะ คุจิกิ"


ตัดฉากกลับมาที่ปัจจุบันอีกครั้ง เออร์โรนีโร่ เอสปาด้าลำดับ 9 กำลังเปล่งเสียงหัวเราะอย่างลำพองต่อชัยชนะของตนอยู่ หากเสียงหัวเราะนั้นกลับต้องชะงักหยุดลงทันควัน เมื่อเห็นว่ามือซ้ายของเหยื่อที่ตนคิดว่าสิ้นฤทธิ์ไปด้วยคมทวนที่ปักคาอกนั้นกลับยกขึ้นคว้าจับคันทวนเอาไว้มั่น

ใบหน้าเหมือนไคเอ็นไม่ผิดเพี้ยนเนื่องจากได้อณูวิญญาณของไคเอ็นไปตีหน้าเครียดชั่วขณะ ก่อนจะคลายลงเป็นรอยยิ้มเยาะ แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงถากถาง "ไม่ว่าจะนานแค่ไหน ความจริงที่ว่าเจ้าเป็นคนฆ่าข้าก็ไม่มีวันเปลี่ยนหรอก"

หากผู้ถูกถากถางจะตอบโต้คำพูดนั้นสักคำก็หาไม่ กลับพึมพำบางอย่างด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาจนยากจะได้ยิน มือซ้ายที่จับคันทวนไว้นั้นเปล่งไอเย็นจางๆ จนคันทวนบริเวณนั้นมีน้ำแข็งสีขาวเกาะอยู่เต็มไปหมด

"...จำ...ได้แล้ว..." เสียงพึมพำของอีกฝ่ายค่อยดังขึ้นพอจะให้ได้ยิน แต่ไม่ได้ช่วยไขความกระจ่างให้แก่นายดาบลำดับ 9 แม้สักนิด จนต้องขยับเลื่อนคันทวนให้ต่ำลงมาพร้อมเอ่ยปากถามว่าที่พูดมาหมายความว่าอย่างไร

แทนคำตอบ มือขวาของอีกฝ่ายที่ยังคงกำเศษดาบสีขาวบริสุทธิ์ไว้ในมือกลับยกขึ้น ปลายดาบที่หักสะบั้นชี้ตรงไปยังใบหน้าของเออร์โรนีโร่ด้วยอาการสั่นพั่บๆ เหมือนลูกนกตกน้ำ เออร์โรนีโร่ยังคงไม่มีทีท่ายี่หระต่อกิริยานั้นด้วยเห็นเป็นเพียงการดิ้นรนกระเสือกกระสนอย่างไร้ประโยชน์ของคนใกล้ตายเพียงเท่านั้น

ทว่า ชั่วขณะที่คิดเช่นนั้น...

"...ระบำที่ 3 ชิโรฟุเนะ (ดาบสีขาว)"

ไอเย็นสายเล็กๆ เข้ามารวมกันที่ปลายดาบหัก ควบแน่นจนกลายเป็นปลายดาบคมกริบเล่มใหม่สร้างขึ้นจากน้ำแข็งงอกต่อออกมาจากรอยหักของดาบนั้น และก่อนที่เออร์โรนีโร่จะทันได้มีเวลาคิดโต้ตอบประการใด ปลายดาบน้ำแข็งที่สร้างขึ้นใหม่ก็เสียบทะลุหน้าผากของมันในทันที

กิลเลี่ยนตนเดียวในหมู่เอสปาด้าอ้าปากค้าง สีหน้าและแววตาตกตะลึงเหมือนไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนเอง หน้ากากหนังของไคเอ็นบนใบหน้าค่อยๆ สลายหายไป เหลือให้เห็นแต่เพียงโหลดอกฟอร์มาลีนที่แตกร้าวเพราะถูกดาบน้ำแข็งแทงทะลุไปจนถึงศีรษะรูปร่างคล้ายลูกชิ้นศีรษะหนึ่งภายในโหลดองนั้น

"...ข้าจำได้แล้ว... ว่าที่ที่หัวใจสถิตอยู่นั้นคือที่ไหน..." เสียงพูดแผ่วเบาของลูเคียค่อยดังขึ้นตามความรู้สึกอันแน่วแน่ในใจ "ถึงในตัวแกจะมีร่างวิญญาณของท่านไคเอ็นอยู่... แต่ว่า... หัวใจของท่านไม่ได้อยู่ในนั้น... เพราะหัวใจดวงนั้น... ท่านไคเอ็นได้มอบไว้ให้กับข้าแล้ว...!"

"...ลาก่อน เจ้าเอสปาด้า"

และพร้อมๆ กับบทพูดสั่งตายสุดท้ายนั้น โหลดองครอบหัวทั้งสองของเจ้าเออร์โรนีโร่ เอสปาด้าลำดับ 9 ก็มีอันต้องแตกสะบั้นจนน้ำเลี้ยงสาดกระจายเต็มพื้นด้วยประการฉะนี้



ก็เป็นตอนย้อนความหลังขนานใหญ่กันอีกตอนหนึ่ง ซึ่งถึงแม้จะเป็นความหลังที่ไม่ทำให้เนื้อเรื่องเดินหน้าไปมากมายอะไรนัก แต่ก็เป็นความหลังที่อบอุ่น อ่อนโยน และให้ความรู้สึกโหยหาจริงๆ โดยเฉพาะบทพูดที่กล่าวถึง "สถานที่ๆ หัวใจสถิตอยู่" ของไคเอ็นนั้นเรียกได้ว่ากินใจมากๆ เลย อ่านแล้วนึกถึงบทพูดหรือแนวคิดแบบเดียวกันที่พูดถึงการส่งมอบบางสิ่งบางอย่างให้คนอื่นที่อยู่เบื้องหลังยามเมื่อถึงเวลาที่ต้องจากไปหรือมิอาจรักษาหัวใจนั้นไว้กับตัวได้อีกขึ้นมาได้หลายบทเลย เช่น บทเพลง "ชวาลา" จากเรื่องไมรอน (นิยายแต่งโดย คุณพัณณิดา ภูมิวัฒน์ เนื้อเรื่องสุดยอดมากครับ ลองหามาอ่านกันได้) หรือเพลง A Dream Goes on Forever ของ Todd undgren (ท่อนที่บอกว่า A million old soldiers will fade away, But a dream goes on forever) เป็นต้น

พูดถึงเจ้าเออร์โรนีโร่หรือดาบโอเล่กันเล็กน้อย งานนี้แฟนๆ ของลูเคียคงสะใจพ่อแก้วแม่แก้วไม่น้อย ที่ในที่สุดเจ้าหัวโหลดองก็พลาดท่าโดนลูเคียเล่นงานเอาจนได้เพราะความประมาทลำพอง คิดว่ายมทูตที่โดนเล่นงานใกล้ตายแล้วคนหนึ่งคงไม่เหลือพิษสงจะเล่นงานอะไรตนได้ เข้าทำนอง "ปลาใหญ่ตายน้ำตื้น" จริงๆ แต่อย่างไรก็ตาม ก็อย่าลืมว่าไงๆ เจ้านี่ก็เป็นถึงเอสปาด้า หนึ่งใน 10 สุดยอดอารันคาร์ แถมยังเป็นอารันคาร์ที่กลืนกินฮอลโลว์มาแล้วนับหมื่นตน กะอีแค่โดนเสียบลูกชิ้นไปลูกเดียวรับประกันไม่ได้หรอกครับว่าจะจัดการมันได้จริง ซึ่งชะตากรรมของลูกชิ้นอีกลูกจะเป็นอย่างไรต่อไป เห็นทีคงต้องติดตามกันต่อในอาทิตย์หน้าละครับ

ปล. ชื่อตอนนี้แปลตามตัวก็คงประมาณ "เจ้าต้องไม่ตาย" อะไรทำนองนี้ครับ - Kimi Shinitamoukotonakare (คิมิ ชินิทะโมอุโคะโตะนางาเระ)

Comment

Comment:

Tweet


#3 by LiFe Room At 2007-04-04 03:58,
ท่านพี่คับ
กระป๋มไม่เข้าใจอ่ะ
อ่านแล้วงงๆ+ลายตา
#2 by KORORYU At 2007-04-03 22:32,
พี่โออะไรเหรอเนี่ย

ม่ะค่อยรุ้เรื่อง่ามันคืออารัยรึ
#1 by Donghae_jyxd (124.121.94.108) At 2007-03-27 18:17,